วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

บทเบ็ดเสร็จทั่วไปม.๑๔๙-๑๕๓



หมวด ๑

บทเบ็ดเสร็จทั่วไป



          มาตรา ๑๔๙  [1]นิติกรรม หมายความว่า การใด ๆ อันทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัคร มุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลเพื่อจะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ

          มาตรา ๑๕๐  การใดมี[2]วัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายเป็นการ[3]พ้นวิสัยหรือเป็นการ[4]ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน การนั้นเป็นโมฆะ

          มาตรา ๑๕๑  การใดเป็นการแตกต่างกับบทบัญญัติของกฎหมายถ้ามิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนการนั้นไม่เป็นโมฆะ

          มาตรา ๑๕๒  การใดมิได้ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายบังคับไว้การนั้นเป็นโมฆะ

          มาตรา ๑๕๓  การใดมิได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยความสามารถของบุคคล การนั้นเป็นโมฆียะ





[1] กรณีเป็นนิติกรรม ได้แก่ การถอนฟ้องในคดีอาญาเพราะเป็นการระงับเสียซึ่งสิทธิที่จะดำเนินคดีต่อไป,การรรับจองพระตามโควต้าแล้วส่งมอบไม่ได้อ้างว่าจำนวนพระไม่พอเป็นเรื่องระหว่างธนาคารผู้รับจองกับผู้ทำพระต้องรับผิดตามสัญญา

[2] วัตถุประสงค์ของสัญญาได้แก่  ประโยชน์อันเป็นผลสุดท้ายที่ผู้แสดงเจตนาทำนิติกรรมประสงค์จะให้เกิดผลขึ้นมา หรือผลที่เกิดขึ้นจากนิติกรรมที่ตนแสดงเจตนา,ถ้าเป็นนิติกรรมฝ่ายเดียว ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ขึ้นอยู่กับผู้แสดง หากเป็นนิติกรรมสองฝ่ายหรือหลายฝ่ายทุกฝ่ายต้องรับรู้ว่าการกระทำที่ทำมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมาย เช่นประกอบกิจการรับฝากเงินไม่ได้รับอนุญาตการกระทำนั้นมีวัตถุประสงค์ต้องห้าม แต่ผู้ฝากไม่รู้,กู้ยืมเงินมีการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราต้องห้ามตามกฎหมาย แต่สามารถเรียกเงินต้นได้(หนี้ประธานสมบูรณ์แยกออกจากส่วนที่เป็นโมฆะได้,แม้เรียกดอกเบี้ยเป็นโมฆะไม่ได้แต่เรียกดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดได้ตามม.๒๒๔,ข้อตกลงเรื่องการคิดดอกเบี้ยทบต้นขัดกฎหมาย,พรบ.แชร์ให้สิทธินายวงแชร์เป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น กรณีนิติบุคคลเป็นนายวงแชร์ถือว่าวัตถุประสงค์ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย,ขุดเจาะน้ำบาดาลทำประปาต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีข้อตกลงเรื่องน้ำประปาเป็นโมฆะต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย
ซื้อขายที่ดินมีข้อกำหนดห้ามโอนกัน ๑๐ ปี ต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย,ผลหากรู้แล้วฝืนชำระเรียกเงินคืนไม่ได้เพราะเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจตาม ๔๐๗และ๔๑๑ ฎ๒๘๘๙/๒๕๕๓,คดีที่ทำสัญญาจะซื้อจะขายยังไม่แน่นอนว่าที่ดินที่ตกลงจะซื้อจะขายเป็นที่ดินมีเอกสารสิทธิสปก.๔-๐๑ หรือเป็นที่ดินออกเอกสารสิทธิเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือโฉนดที่ดิน ฎ๒๔๑๙/๒๕๕๒ ,จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ สมคบกันทำสัญญากู้ยืมเงินโดยไม่มีหนี้กันจริงแล้วดำเนินคดีและบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งตามคำพิพากษาศาล เพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอีกคดี การกระทำเป็นการจงใจทำผิดกฎหมายฐานโกงเจ้าหนี้ จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามโดยกฎหมายหรือขัดต่อความสงบฯตกเป็นโมฆะไม่ต้องเพิกถอน ๗๐๑/๒๕๕๓,องค์การส่งเสริมกิจการโคนมและผู้อำนวยการสั่งซื้อฉลากจากโจทก์เป็นจำนวนมากเกินจำนวนอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่คำนึงว่าองค์การฯจะสามารถใช้วัสดุคุ้มกับราคาส่อให้เห็นว่าประสงค์ได้รับอามิสสินจ้าง จึงมีเจตนาทุจริตแทรกแซงการบริหารในองค์กรตกเป็นโมฆะตามม.๑๕๐ ฎ๗๙๑๐/๒๕๕๓ ,โจทก์จำเลยเป็นหนี้เงินกู้กันโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินอัตรา เป็นโมฆะทำสัญญาขายบ้านโดยมีการโอนหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยดังกล่าวมาชำระ สัญญาซื้อขายบ้านจึงเกิดจากหนี้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแม้ราคาบ้านพิพาทที่กำหนดในสัญญาจะรวมเอาต้นเงินที่กู้ที่โจทก์มีสิทธิได้รับไว้ด้วยก็ตาม แต่โจทก์และจำเลยมิได้มีเจตนาจะแบ่งแยกซื้อขายบ้านบางส่วนในราคาต้นเงิน สัญญาย่อมเป็นโมฆะทั้งฉบับ ม.๑๗๓ ฎ ๑๐๘๕๒/๒๕๕๑

[3] นิติกรรมมีวัตถุประสงค์เป็นการพ้นวิสัย หมายความว่า วัตถุประสงค์แห่งนิติกรรมนั้นจะต้องเป็นข้อสัญญาที่ผู้ให้สัญญาไม่มีทางปฏิบัติได้เลยไม่ว่ากรณีใด และเหตุที่พ้นวิสัยจะต้องมีอยู่ก่อนหรือขณะทำนิติกรรม(ฎ ๒๗๖๑-๖๔/๑๒ป)ไม่ใช่พ้นวิสัยได้แก่ ขุดน้ำประปาประกันปริมาณและคุณภาพน้ำให้บริโภคได้มีกำหนด ๔ ปีแล้วทำไม่ได้


[4] วัตถุประสงค์ขัดต่อความสงบฯ ได้แก่ รับโอนที่ดินจากคนอื่นโดยทราบจากจพง.ที่ดินว่าเจ้าหนี้ได้ฟ้องบังคับให้เจ้าของโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่เจ้าหนี้ เป็นการกระทำขัดขวางมิให้เจ้าหนี้ได้รับการชำระหนี้ตามที่เจ้าหนี้ใช้สิทธิทางศาลมีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมาย,ตกลงแบ่งแยกการโอนที่ดินโดยตกลงให้ไปเป็นพยานเบิกความให้แสดงว่าการยอมไปเบิกความเป็นพยานโดยเห็นแก่ประโยชน์วัตถุประสงค์ขัดความสงบ,สัญญาว่าจ้างทนายความเข้ามีส่วนได้เสียทางการเงินโดยตรงในผลแห่งคดี,มีลักษณะเป็นการหาประโยชน์จากการที่ผู้อื่นเป็นความกัน,ตกลงให้อีกฝ่ายถอนฟ้องคดีอาญา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น